สถิติวันนี้ 21 คน
 สถิติเดือนนี้360 คน
สถิติปีนี้7635 คน
สถิติทั้งหมด 63953 คน
เริ่มเมื่อ 2013-01-04

9. ดื่มเพื่อป้องกันโรคกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ๆ

สารแอนทราควิโนนในน้ำลูกยอมีคุณสมบัติในการเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหาร ซึ่งจะทำหน้าที่ในการช่วยกระตุ้นน้ำย่อย และสารเอนไซม์ในน้ำย่อยให้ออกมาย่อยอาหาร ซึ่งจะมีผลต่อกระบวนการย่อยอาหารของร่างกายให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

กรณีที่ปริมาณกรดน้ำย่อยออกมาในปริมาณมากเกินไป สารในน้ำลูกยอจะช่วยลดปริมาณของกรดน้ำย่อย และช่วยให้ร่างกายผลิตกรดน้ำย่อยออกมาในระดับปกติ

กรณีที่มีแผลในกระเพาะอาหาร สารโปรเซโรนินในน้ำลูกยอจะช่วยซ่อมแซมเซลล์ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ ยิ่งกว่านั้น สารในน้ำลูกยอจะช่วยฆ่าพยาธิ์ในลำไส้ และเชื้อแบคทีเรียจะยังคงเหลือไว้เฉพาะแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ ซึ่งทำให้ลำไส้สะอาด และมีสุขลักษณะที่ดีด้วย

นอกจากนี้ สารบรรเทาอาการปวดที่มีอยู่ในน้ำลูกยอนั้นก็จะช่วยบรรเทาอาการปวดของโรคกระเพาะอาหารด้วยเช่นกัน

กรณีที่ป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหาร โรคลำไส้ ควรดื่มน้ำลูกยอในเวลาเช้า–เย็นที่ปริมาณครั้งละ 50–100 ml

กรณีที่มีอาการปวดรุนแรงควรดื่มรวดเดียวหมดในปริมาณ 100–200 ml

10. ดื่มเพื่อป้องกันโรคซึมเศร้า เครียด นอนไม่หลับ

การดื่มน้ำลูกยอจะให้ผลดีอย่างยิ่งกับโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท สารสโคโปลิตินที่มีอยู่ในน้ำลูกยอนั้นจะเข้าไปรวมกับสารเซโรโทนินทำให้จำนวนสารเซโรนินมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ในการลดอาการเจ็บป่วยที่มีสาเหตุมาจากโรคซึมเศร้า

สารสโคโปลิตินจะทำงานร่วมกับฮอร์โมนเมลาโทนินที่หลั่งในสมอง ทำให้นอนหลับได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น เมื่อดื่มน้ำลูกยอก็สามารถช่วยรักษาโรคนอนไม่หลับได้ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ สารเซโรโทนินและฮอร์โมนเมลาโทนินนั้น ซึ่งถูกกระตุ้นโดยสารสโคโปลิติน และสารโปรเซโรนินทำให้ฮอร์โมนเอ็นโดฟินที่หลั่งในสมองทำงานในระบบประสาท และก่อให้เกิดอารมณ์ความสุขแผ่ซ่านในจิตใจ จึงทำให้มองโลกในแง่บวกมากยิ่งขึ้น

กรณีที่ป่วยเป็นโรคนอนไม่หลับ โรคซืมเศร้า ควรดื่มน้ำลูกยอในเวลาเช้า–เย็นที่ประมาณครั้งละ 50–100 ml

กรณีที่มีอาการโรคซืมเศร้ารุนแรงควรดื่มรวดเดียวหมดในปริมาณ 100–200 ml

 

Tel : 061-9942464, 081-482-5761,  ID Line : 0619942464,  Email : noni_buasri@hotmail.comWebsite : www.nonibuasri.com
COPYRIGHT©2013NONIBUASRI.COM. ALL RIGHTS RESERVED.

Powered by AIWEB